วิทยานิพนธ์จากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ระดับดีมาก จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

TU dissertation award 2556

คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ขอแสดงความยินดีกับวิทยานิพนธ์ที่ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดีมาก สาขาสังคมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2556 ตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาทุนระดับบัณฑิตศึกษา เรื่อง ผลการพิจารณารางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2556 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2558

วิทยานิพนธ์หัวข้อ

ลิง กับ คน:
ไพรเมทวิทยาเชิงชาติพันธุ์ของลิงแสม (Macaca fascicularis)
ณ ตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุร

โดย เวธัส โพธารามิก

มหาบัณฑิต สาขามานุษยวิทยา คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีการศึกษา 2556

อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์: ศาสตราจารย์ ดร.เสมอชัย พูลสุวรรณ

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะได้จัดพิธีมอบรางวัลและงานสัมมนาวิทยานิพนธ์ดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2556 ในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2558 เวลา 8.30-12.00 น. ณ ห้องกิจกรรม ชั้น 2 หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

สามารถดูรายละเอียดกำหนดการงานสัมมนาฯ ได้ ที่นี่


บทคัดย่อวิทยานิพนธ์

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาความสัมพันธ์เชิงนิเวศน์และวัฒนธรรมระหว่างลิงแสม (Macaca fascicularis) กับมนุษย์ ในตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ซึ่งลงพื้นที่ศึกษาตั้งแต่เดือนมิถุนายน – ธันวาคม ค.ศ. 2012 จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่า ลิงแสมในพื้นที่มีจานวนประมาณ 970 – 1185 ตัว อาศัยร่วมกันมนุษย์ในตัวเมือง โดยแยกเป็น 6 กลุ่ม ตามพื้นที่หากิน (home range) ได้แก่ 1) กลุ่มที่อาศัยบริเวณพระปรางค์สามยอด 2) โรงภาพยนตร์มาลัยรามา 3) สถานีอนามัย 4)โรงแรมลพบุรีซิตี้ 5) ตึกแถวหน้าปรางค์แขก และ 6) ตึกแถวหน้าวังนารายณ์ ลิงเหล่านี้ไม่มีแหล่งอาหารตามธรรมชาติ อาหารทั้งหมดมาจากมนุษย์ การศึกษาครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) รูปแบบการเคลื่อนที่และพฤติกรรมภายในพื้นที่หากินของลิงแต่ละกลุ่ม 2) การรับรู้และปฏิบัติต่อลิงแสมของคนในพื้นที่ และ 3) ระดับความคุ้นเคยกับมนุษย์ (habituation) ของลิงแต่ละกลุ่ม

จากการศึกษาพบว่า ลิงแสมทั้ง 6 กลุ่มมีพื้นที่หากินรวมกัน 0.263 ตารางกิโลเมตร ทั้งหมดนี้มีพื้นที่ทับซ้อนกัน 0.085 ตารางกิโลเมตร ลิงกลุ่มที่มีพื้นที่หากินมากที่สุดคือ ลิงกลุ่มสถานีอนามัย (0.056 ตารางกิโลเมตร) และลิงกลุ่มที่มีพื้นที่หากินน้อยที่สุดคือ ลิงกลุ่มตึกแถวหน้าปรางค์แขก (0.03 ตารางกิโลเมตร) รูปแบบการเคลื่อนที่และพฤติกรรมภายในพื้นที่หากินของลิงแต่ละกลุ่ม ถูกกำหนดโดยตัวแปรอย่างน้อย 3 ตัว ได้แก่ อาหาร ความสัมพันธ์กับลิงกลุ่มอื่น และแสงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม ผู้คนที่อาศัย และ/หรือ ทางานในพื้นที่ซึ่งทับซ้อนกับพื้นที่หากินของลิงนั้น มีแนวโน้มแบ่งลิงออกเป็น 2 กลุ่ม โดยใช้ศาลพระกาฬเป็นจุดอ้างอิง คือ “ลิงศาลพระกาฬ” กับ “ลิงตึก” โดย “ลิงศาลพระกาฬ”นั้น ก็คือลิงกลุ่มที่อาศัยและหากินบริเวณพระปรางค์สามยอด ไปจนถึงศาลพระกาฬ ส่วน “ลิงตึก” คือลิงกลุ่มอื่นๆ นอกเหนือจากนั้น คนจานวนหนึ่งมองว่า “ลิงตึก” เป็นลิงฝ่ายที่น่าสงสาร สมควรนาอาหารให้ และไม่ควรทาร้าย แต่คนอีกจำนวนหนึ่งมองว่าลิงเหล่านี้เป็น “ปัญหา” ไม่ควรให้อาหาร และบ่อยครั้งก็ตอบโต้ด้วยความรุนแรง การรับรู้เช่นนี้ส่งผลต่อการให้อาหารลิงเป็นอย่างมาก เช่น จุดให้อาหารลิง “อย่างเป็นทางการ” มีเพียง 4 จุดเท่านั้น และครอบคลุมพื้นที่หากินของลิงเพียง 3 กลุ่ม การให้อาหารลิงในบริเวณอื่นๆ ถือว่าผิดกฎหมาย

ด้านระดับความคุ้นเคยกับมนุษย์ ข้าพเจ้าใช้สถิติ Chi-square ทดสอบความสัมพันธ์ของตัวแปร 4 ตัว คือ 1) กลุ่มลิง 2) เพศ/วัย 3) หมวดหมู่ของพฤติกรรม และ 4) พฤติกรรมของลิงแสม พบว่า พฤติกรรมในหมวดหมู่ “เป็นกลาง” นั้น มีจำนวนมากกว่าพฤติกรรมในหมวดหมู่อื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ และนั่นย่อมส่อความว่า ระดับความคุ้นเคยกับมนุษย์ของลิงแสมในตำบลท่าหินนั้น อยู่ในระดับสูงมาก ระดับความคุ้นเคยของลิงแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันไม่มากนัก โดยลิงกลุ่มที่แสดงพฤติกรรมในหมวดหมู่ “เป็นกลาง”มากที่สุด เมื่อเทียบกับพฤติกรรมในหมวดหมู่อื่น คือ ลิงกลุ่มพระปรางค์สามยอด (54.2%) ส่วนลิงกลุ่มที่แสดงพฤติกรรมดังกล่าวออกมาน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับพฤติกรรมในหมวดหมู่อื่น คือ ลิงกลุ่มสถานีอนามัย (36.4%) ส่วนในแง่ของเพศ/วัย ลิงตัวเมียโตเต็มวัยแสดงพฤติกรรมในหมวดหมู่ “เป็นกลาง”มากที่สุด (57.1%) เมื่อเทียบกับพฤติกรรมในหมวดหมู่อื่น