วิทยานิพนธ์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีการศึกษา 2558

คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ขอแสดงความยินดีกับวิทยานิพนธ์ที่ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่น สาขาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2558 ตามประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง ผลการพิจารณารางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2558 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2560





บุษบงก์ วิเศษพลชัย

  • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขามานุษยวิทยา คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ปีการศึกษา 2558
  • พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ (ช่วยราชการ) สำนักวิจัยสังคมเเละสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

รางวัลวิทยานิพนธ์ดีมาก สาขาสังคมศาสตร์ (ระดับปริญญาเอก)

อัปสรากลางไฟ: อัตวิสัย พื้นที่ และประสบการณ์ผัสสะในชีวิตประจำวัน
ของผู้หญิงบาร์ชาวกัมพูชา

โดย บุษบงก์ วิเศษพลชัย

ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขามานุษยวิทยา คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีการศึกษา 2558

อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์

บทคัดย่อ

วิทยานิพนธ์ชิ้นนี้ศึกษาอัตวิสัยของสาวบาร์กัมพูชาที่เกิดขึ้นภายในความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่และประสบการณ์ผัสสะ ในชีวิตประจำวันของสาวบาร์ชาวกัมพูชาผู้วิจัยใช้กรอบความคิดเรื่อง อัตวิสัย (subjectivity) การผลิตพื้นที่ (production of space) ประสบการณ์ผัสสะ (sensory experience) ชีวิตประจำวัน (everyday life) เพื่อถกเถียงกับงานวิจัยเกี่ยวกับผู้หญิงขายบริการทางเพศในประเทศกัมพูชาและที่อื่นๆ ในโลก ผู้วิจัยทำงานภาคสนามที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชาเป็นเวลา 18 เดือน ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2554 – วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2556 โดยในช่วง 6 เดือนแรกผู้วิจัยทำงานเป็นอาสาสมัครมูลนิธิศูนย์ธารชีวิตศรีชุมพบาลกัมพูชา (Foundation of Our Lady of Charity of the Good Shepherd in Cambodia) และในช่วง 12 เดือนหลังผู้วิจัยทำงานเป็นเลดี้คนหนึ่งในบาร์ดอกกุหลาบย่านวิกตอรี่ฮิลล์ จังหวัดสีหนุวิลล์ ผู้วิจัยสัมภาษณ์ผู้หญิงบริการอย่างไม่เป็นทางการด้วยภาษาขแมร์ 49 คน และยังสัมภาษณ์ลูกค้าของบาร์วิกตอรี่ฮิลส์ด้วยภาษาอังกฤษอีก 29 คน ผู้วิจัยมีบทสนทนาในชีวิตประจำวันกับทั้งผู้หญิงขายบริการซึ่งผู้วิจัยเองอาศัยอยู่และร่วมทำงานด้วย นอกจากนั้นผู้วิจัยยังเดินทางไปยังหมู่บ้านของหญิงขายบริการเหล่านี้อีกด้วย

ผู้วิจัยพบว่า อัตวิสัยของผู้หญิงขายบริการทางเพศถูกกำหนดขึ้นในพื้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างการผลิตพื้นที่การขายบริการทางเพศและประสบการณ์ผัสสะ ที่ถูกกำกับด้วยโครงสร้างของจังหวะในชีวิตประจำวัน และจังหวะในชีวิตประจำวันนี้เองที่สร้างการดำเนินไปของโลกของผู้หญิงขายบริการทางเพศในแต่ละช่วงเวลาในแต่ละวัน ในแต่ละเดือน ในแต่ละปี การเกิดขึ้นซ้ำๆ ของจังหวะเหล่านี้เองที่สร้างพื้นที่ของความเป็นปกติในชีวิตประจำวันที่ปฏิบัติการเชิงพื้นที่ของผู้หญิงขายบริการทางเพศขึ้นมาพร้อมๆ กันนั้น ในจังหวะของชีวิตประจำวันนี้เองที่การรับรู้ของประสบการณ์ผัสสะ การให้คุณค่าประสบการณ์ผัสสะและการฝึกฝนของประสบการณ์ผัสสะของผู้หญิงขายบริการทางเพศเกิดขึ้น

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เสนอว่า ผู้หญิงขายบริการทางเพศเหล่านี้ระบุว่าตัวเองคือใครในพื้นที่การขายบริการทางเพศที่วิกตอรี่ฮิลล์ ได้ด้วยปฏิบัติการที่เธอสร้างขึ้นในพื้นที่นี้ ตลอดจนด้วยการให้คุณค่าและความหมายของประสบการณ์ผัสสะ อย่างไรก็ดีทั้งปฏิบัติการเชิงพื้นที่และประสบการณ์ผัสสะที่เกิดขึ้นก็ถูกครอบงำด้วยจังหวะของวัน จังหวะของชีวิต จังหวะเหล่านี้เองก็เปลี่ยนแปลงเรื่อยมาในประวัติศาสตร์และบริบททางสังคมที่มีกระทำการของอำนาจในรูปแบบต่างๆ มากำหนด ไม่ว่าจะเป็นอำนาจจากภายนอกประเทศหรือภายในประเทศ ถึงกระนั้นก็ตาม ภายใต้โครงสร้างจังหวะที่ดูเหมือนครอบงำผู้หญิงบาร์และกดทับเธอนี้ พวกเธอก็ยังสามารถเป็นผู้กระทำการได้ด้วยการสร้างปฏิบัติการในความสัมพันธ์แบบพิเศษกับอำนาจที่กดทับอยู่อย่างสร้างสรรค์และเป็นไปได้

อ่านวิทยานิพนธ์จากฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์






ญาณิกา อักษรนำ

  • สังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยทางสังคม ปีการศึกษา 2558

รางวัลวิทยานิพนธ์ดี สาขาสังคมศาสตร์ (ระดับปริญญาโท)

พลวัตความหมายคำว่า “บ้าน” ของคนไร้บ้าน

โดย ญาณิกา อักษรนำ

สังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยทางสังคม
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีการศึกษา 2558

อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์

  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทนี เจริญศรี

บทคัดย่อ

วิทยานิพนธ์เล่มนี้มุ่งหมายศึกษาเกี่ยวกับพลวัตความหมายของบ้านของคนไร้บ้านโดยมีคำถามวิจัย คือ ภายใต้กระบวนการเปลี่ยนผ่านที่อยู่อาศัยจากที่อยู่อาศัยเดิมมายังพื้นที่สาธารณะและมาเข้าสู่ศูนย์พักคนไร้บ้านไปจนถึงการกลับไปมีที่อยู่อาศัยอีกครั้งของคนไร้บ้าน คำว่า “บ้าน” มีพลวัตของความหมายเปลี่ยนไปอย่างไร ในแง่ของอำนาจควบคุมเหนือพื้นที่ สายสัมพันธ์ของความเป็นครอบครัว และการมีอาณาเขตที่ “คนไร้บ้าน” สามารถครอบครองได้ในแง่จิตใจ และมิติต่างๆ เหล่านี้สัมพันธ์กับการมีหรือไม่มีที่อยู่อาศัยอย่างไร จากคำถามดังกล่าวการศึกษาครั้งนี้มีประเด็นสำคัญ 2 ประเด็น คือ 1) ประสบการณ์ของคนไร้บ้านต่อคำว่า “บ้าน” ที่เกิดจากการเปลี่ยนผ่านที่อยู่อาศัยก่อนการเข้าสู่ศูนย์พักคนไร้บ้าน ระหว่างอยู่ในศูนย์พักคนไร้บ้าน จนกระทั่งบางคนสามารถไปสู่การมีที่อยู่อาศัยของตนเอง 2) ความสัมพันธ์ของบ้านในมิติของความหมายและในมิติทางกายภาพ (ที่อยู่อาศัย) ของคนไร้บ้าน ที่ทำให้เกิดพลวัตของการให้ความหมาย การเปลี่ยนแปลงความหมายของคำว่า “บ้าน” ในมิติพื้นที่ของอำนาจในการควบคุม พื้นที่ที่แสดงถึงครอบครัว พื้นที่ในการแสดงความรู้สึกและตัวตนของคนไร้บ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านในมิติต่างๆ กับประสบการณ์ของคนไร้บ้านในแต่ละช่วง

จากการศึกษาในประเด็นดังกล่าว พบว่า การออกมาเป็นคนไร้บ้านที่เกิดจากการสูญเสียบ้านในเชิงความรู้สึก ไม่ว่าจะเกิดจากความผิดพลาดในชีวิตจนรู้สึกสิ้นไร้ศักดิ์ศรี ไม่อาจบากหน้ากลับไปบ้าน จนตัดสินใจเดินออกมา หรือจากความรู้สึกว่า ไม่ได้รับการยอมรับจากสมาชิกในครอบครัว ไม่มีที่ทางหรือรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสายสัมพันธ์ในบ้าน การออกจากที่อยู่อาศัย (บ้านเชิงกายภาพ) ณ เวลานั้นจึงดูเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับคนไร้บ้าน งานศึกษานี้ยังต้องการเสนอด้วยว่า การจะกลับไปมีบ้านอย่างมั่นคงได้อีกครั้ง ยังต้องการมากกว่าการสนับสนุนให้มีที่อยู่อาศัยในเชิงกายภาพ แต่ต้องมีการกอบกู้ศักดิ์ศรีและตัวตนของคนไร้บ้าน อย่างน้อยก็ในระดับที่ทำให้เขากลับมามีความสัมพันธ์ทางสังคมกับคนอื่นอย่างมีความหมายได้อีกครั้ง ทั้งนี้ความสัมพันธ์ที่ว่าอาจจะไม่ได้เป็นไปในรูปของครอบครัวที่มีพ่อ แม่ ลูก สามีหรือภรรยา เท่านั้น แต่การมีคนที่ไว้ใจ พึ่งพาอาศัยได้ก็มีส่วนอย่างสำคัญในการกลับสู่สังคม และกลับไปมีที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคงได้อีกครั้ง

การศึกษาประสบการณ์ของคนไรบ้านทำให้เราเห็นพลวัตของบ้านที่ไม่ตายตัว การนิยามบ้านเกิดขึ้นจากการปฏิสัมพันธ์ของที่ที่เราอยู่ (ประกอบไปด้วยกายภาพ ความสัมพันธ์ ความรู้สึก การตอบสนองต่อชีวิต) กับบ้านในอุดมคติเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดเวลา แม้เรารู้สึกว่าที่แห่งนั้นเป็นบ้านแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นความเป็นบ้านนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งขึ้นกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ละช่วงชีวิต ความหมายของบ้านที่เกิดขึ้นในศูนย์พักคนไร้บ้านฯ แสดงให้เห็นความหมายบ้านใน 3 มิติซึ่งได้แก่ พื้นที่ของอำนาจในการควบคุม พื้นที่ที่แสดงถึงครอบครัว พื้นที่ในการแสดงความรู้สึกและตัวตน ความหมายที่เกิดขึ้นในบริบทเฉพาะของศูนย์ที่ไม่ได้มีลักษณะทางกายภาพเหมือนบ้านที่เราคุ้นเคย ทำให้เราเห็นว่าการกลับมามีบ้านของคนไร้บ้านนั้นมีพลวัตของคำว่าบ้านที่ถูกปรับไปกับสิ่งที่เขาพบเจอ (การอยู่ในศูนย์พักคนไร้บ้านฯ) การมีบ้านอีกครั้งของคนไร้บ้านเป็นอนาคตและความหวังในชีวิตที่จะไปสู่การจะมีบ้านที่ใกล้เคียงกับบ้านในอุดมคติของตนเองในชีวิตยิ่งๆ ขึ้น เพราะมีบ้านทำให้คนไร้บ้านมองเห็นเส้นทางในอนาคตที่จะก้าวเดินไปและเล็งเห็นว่าเส้นทางนี้เป็นถนนที่เดินไปได้

อ่านวิทยานิพนธ์จากฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์