“การเมืองคนดี”: ความคิด ปฏิบัติการ และอัตลักษณ์ทางการเมืองของผู้สนับสนุน “ขบวนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย”



รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์
“การเมืองคนดี”: ความคิด ปฏิบัติการ
และอัตลักษณ์ทางการเมืองของผู้สนับสนุน
“ขบวนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย”


อภิชาต สถิตนิรามัย
อนุสรณ์ อุณโณ

สนับสนุนโดย
ฝ่ายนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติ (ฝ่าย 1)
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
พ.ศ.2560

บทคัดย่อ


งานวิจัยชินนี้ศึกษาว่าผู้สนับสนุน “ขบวนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย” มีลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร มีความคิดทางการเมืองอย่างไร วางอยู่บนโลกทัศน์และคติความเชื่อใด สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ รวมทั้งพวกเขาสร้างอัตลักษณ์ให้ตนเองและฝ่ายรงข้ามอย่างไร และอัตลักษณ์ดังกล่าวนำไปสู่การกระทำใดระหว่างพวกเขากับฝ่ายตรงข้าม

การศึกษาพบว่าผู้สนับสนุน “ขบวนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย” ประกอบด้วยสองกลุ่มหลัก คือ คนชั้นกลางตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไปในเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร และคนชั้นกลางตั้งแต่ระดับกลางลงมาในภูมิภาคโดยเฉพาะภาคใต้ซึ่งส่วนหนึ่งย้ายภูมิลำเนามาอยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ แม้ผู้สนับสนุนหลักสองกลุ่มมีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่างกัน แต่พวกเขามีความคิดทางการเมืองคล้ายคลึงกัน คือ เป็นความคิดทางการเมืองที่วางอยู่บนคติความเชื่อทางศาสนา หรือที่เรียกว่า “การเมืองคนดี” ซึ่งแตกต่างจากระบอบประชาธิปไตยในระดับรากฐานสองประการ ประการแรก “การเมืองคนดี” เห็นว่าอำนาจของผู้ปกครองมาจากบุญบารมี ไม่ใช่ฉันทามติของคนส่วนใหญ่ และจึงไม่จำเป็นต้องถูกตรวจสอบหรือถ่วงดุลเหมือนเช่นในระบอบประชาธิปไตย ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะไม่ต้องรับผิดกับประชาชน หากแต่ต้องรับผิดกับผู้มีบุญบารมีและศีลธรรมสูงสุดซึ่งคือพระมหากษัตริย์ ประการที่สอง “การเมืองคนดี” เห็นว่าบุคคลไม่เท่าเทียมกันโดยพื้นฐานเนื่องจากมีบุญหรือว่าระดับศีลธรรมไม่เท่ากัน บุคคลจึงไม่ควรมีสิทธิทางการเมืองเท่ากันเหมือนในระบอบประชาธิปไตย “คนดี” ควรมีสิทธิทางการเมืองมากกว่า “คนเลว” ฉะนั้น แทนที่จะเป็น “มวลชนเพื่อการปลดแอก” อย่างเช่นชนชั้นกลางในหลายประเทศ ชนชั้นกลางผู้สนับสนุน “ขบวนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย” ซึ่งสมาทาน “การเมืองคนดี” จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอนุรักษ์นิยมแทน

ผู้สนับสนุน “ขบวนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย” หมายความตนเองในหลายระดับ นับตั้งแต่ในระดับใกล้ตัวที่พวกเขาหมายความตนเองในเชิงชาติพันธ์ุและภูมิภาค ชนชั้นกลางในเมืองหมายความตนเองเป็น “ลูกจีน” ส่วนคนภาคใต้หมายความตนเองเป็น “คนใต้” แม้อัตลักษณ์ทั้งสองจะมีความจำเพาะต่างกัน แต่ก็มีจุดร่วมกันที่ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังแสดงออกผ่านอัตลักษณ์ “มวลชนใต้ร่มพระบารมี” และ “ประชาชนของพระราชา” ที่แพร่หลายในการชุมนุมของ กปปส. และพวกเขาก็รับมาด้วย นอกจากนี้ พวกเขาหมายความตนเองเป็น “คนดี” ซึ่งผูกกับพระมหากษัตริย์ในฐานะที่เป็น “คนดี” หรือมีคุณธรรมสูงสุด พร้อมกับความหมายฝ่ายตรงข้ามเป็น “คนเลว” ที่สมควรถูกขจัดแม้จะด้วยความรุนแรงก็ตาม

Download (PDF, Unknown)